ปี 48 เว็บเซอร์วิสมาแรง รัฐและเอกชนหนุนเต็มที่

เว็บเซอร์วิส (Web Service) ในประเทศไทย เริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อปลายปี 2546 ที่ผ่านมา โดยกระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) พยายามที่จะผลักดันให้เกิด โดยสำนักงานส่งเสริม อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือซิป้า ได้ตั้งงบประมาณไว้ 100 ล้านบาท ที่จะ ผลักดันเว็บเซอร์วิส และมั่นใจจะสร้างมูลค่าให้เกิดในตลาดถึง 3 หมื่นล้านบาท
ในปี 2548 ได้คาดการณ์ไว้ว่าบริการดังกล่าวจะมาแรง และเห็นภาพชัดเจนขึ้น เหตุผลที่เว็บเซอร์วิสจะเข้ามา มีบทบาทเพิ่มมากขึ้น เพราะการเจริญเติบโตของอินเทอร์เน็ต เนื่องจากเว็บเซอร์วิส จะเป็นจุดรวมข้อมูล ที่รวมหลายบริการไว้ในที่ๆ เดียวกัน และเกิดการเชื่อมโยงการทำงาน ที่ทำให้ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต ที่ต้องการข้อมูล บริการ หรือสินค้า ใช้บริการได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

ถึงแม้ว่า เว็บเซอร์วิสจะเป็นเรื่องใหม่ของไทย แต่ประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา หรือญี่ปุ่น ได้ให้บริการดังกล่าวมาแล้ว และค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างสูง

ก.ไอซีที ต้องสร้างเว็บท่า

อาณัติ รัตนถิรกุล กรรมการ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และผู้บริหารระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โรงเรียน สยามคอมพิวเตอร์ และภาษา กล่าวว่า เว็บเซอร์วิสในปัจจุบันมี 2 รูปแบบ คือ ให้บริการการค้า (commercial) และให้บริการฟรี สำหรับในประเทศไทย หากต้องการให้เว็บเซอร์วิสเกิดขึ้นนั้น กระทรวงไอซีทีในฐานะรัฐบาล ควรจะเป็นผู้สร้างเว็บท่า (Portal) ขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งรวมเว็บของภาครัฐและให้บริการฟรีกับประชาชน เพราะ เป้าหมายเว็บเซอร์วิสของภาครัฐคือการให้บริการประชาชน และสมาร์ทการ์ดก็จะเป็นอีกหนึ่งบริการ ที่จะถูกนำมาใช้ เป็นเว็บเซอร์วิสในอนาคตอันใกล้เช่นเดียวกัน

ในขณะเดียวกันรัฐต้องประชาสัมพันธ์เว็บเซอร์วิสให้รู้จักในวงกว้าง รวมทั้งให้ความรู้กับผู้บริหาร ได้มองเห็นถึง ความสำคัญบริการดังกล่าว และพัฒนาความสามารถของโปรแกรมเมอร์ให้มีความรู้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประสบการณ์ ไปอบรมให้โปรแกรมเมอร์จำนวน 30 ราย ของกระทรวงการคลัง มีเพียง 7 % เท่านั้นที่รู้จักเว็บเซอร์วิส

"ในปี 48 น่าจะเห็นภาพเว็บเซอร์วิสในประเทศไทยประมาณ 40-50% โดยภาพที่ชัดเจน บริษัทเอกชนที่เป็น บริษัทข้ามชาติมาให้บริการก่อน เพราะมีประสบการณ์ให้บริการอยู่แล้ว ไมโครซอฟท์, ไอบีเอ็ม และซัน เป็นต้น" อาณัติ กล่าว

บริการท่องเที่ยวเป็นจุดเริ่มต้น

ส่วนบริการเว็บเซอร์วิสที่เหมาะกับประเทศไทย และจะเป็นเว็บที่ได้รับความสนใจ น่าจะเป็นบริการท่องเที่ยว และโรงแรม เนื่องจากประเทศไทยสนับสนุนการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ นิยมที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว

ในปี 2548 จะเห็นบริการเว็บเซอร์วิสในรูปของการค้าขายผ่านอินเทอร์เน็ต (อีคอมเมิร์ซ), อีเลิรน์นิ่ง, อีกัฟเวอร์เม้นท์ (e-Government) รวมทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลของพนักงานภายในองค์กรจะเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น

สร้างโปรแกรมเมอร์เพิ่มขึ้น

ผลดีของเว็บเซอร์วิส จะสร้างนักพัฒนาโปรแกรมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะนักโปรแกรม ที่เขียนโปรแกรมเกี่ยวกับ ข้อมูลบริการ (Service Application) สามารถสร้างรายได้จากการเขียนโปรแกรมเพื่อรองรับเว็บเซอร์วิส ซึ่งจะเป็น แนวโน้มที่ทำให้เกิดอาชีพใหม่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้มีเว็บ โฮสติ้ง เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้มีจำนวนน้อย ซึ่งจะมีผลในการพัฒนาเว็บเซอร์วิสเช่นเดียวกัน

"โปรแกรมเมอร์ของไทยมีพื้นฐานในการเขียนโปรแกรมอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น ไมโครซอฟท์, จาวา หรือโอเพ่นซอร์ส แต่ถ้าจะพัฒนาไปสู่การเขียนโปรแกรมเว็บเซอร์วิสจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติม คือภาษา XML (Extensible Markup Language) ซึ่งสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้" อาณัติกล่าว

ไมโครซอฟท์รุกหนัก

ในฝั่งของเอกชน ที่เห็นเด่นชัดมากที่สุด ก็คือไมโครซอฟท์ ที่มีโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า .NET และเข้าร่วม ทำงานกับกระทรวงไอซีที และรัฐบาลอย่างใกล้ชิด

เคร็ก มันดี้ รองประธานอาวุโส, เจ้าหน้าที่สูงสุดฝ่ายเทคนิค กลยุทธ์และนโยบายขึ้นสูง ของไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ได้กล่าวถึงโครงการเว็บเซอร์วิส ครั้งล่าสุดที่มาเยือนไทยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า ไมโครซอฟท์ร่วมมือกับรัฐบาลไทยถือว่าเป็นความร่วมมือระดับชาติ ซึ่งไมโครซอฟท์คาดหวังสูงมาก ในการให้บริการเว็บเซอร์วิสในไทย และต้องการให้ไทยเป็นผู้นำเว็บเซอร์วิสของโลก เหมือนประเทศอังกฤษ และสิงค์โปร

แต่เว็บเซอร์วิส จะไปได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลไทย ที่จะต้องเป็นผู้วางกรอบ หรือ แพลทฟอร์ม ส่วนไมโครซอฟท์ จะเป็นผู้สนับสนุนทางด้านเทคโนโลยี และนำประสบการณ์ที่เรียนรู้จากประเทศอื่นๆ ที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังพบว่าเว็บเซอร์วิสจะเกิดขึ้นได้นั้น จะต้องมีการพัฒนาอุตสาหกรรมท้องถิ่นและอุตสาหกรรมการค้า ซึ่งจะต้องเกิดและไปพร้อมๆ กัน

ส่วน บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด ก็เริ่มเคลื่อนไหวเรื่องเว็บเซอร์วิสมาตั้งแต่ ปี 2546 ที่ผ่านมา รวมทั้งเปิดบริการเว็บไซต์ภาษาไทย www.msn.co.th ซึ่งเป็นความร่วมมือกับพันธมิตร เช่น ธนาคารกรุงเทพ, กลุ่มธุรกิจขายบ้าน และซัมซุง ซึ่งจุดหมายปลายทางของเว็บเอ็มเอสเอ็นภาษาไทย ก็คือการให้บริการเว็บเซอร์วิสนั้นเอง

นอกจากนั้น เหตุผลหนึ่งที่ไมโครซอฟท์มั่นใจว่าเว็บเซอร์วิสจะเกิดอย่างรวดเร็วในไทย เพราะร้อยละ 89 ของ นักพัฒนาในไทยมีทักษะในการสร้างโปรแกรมเว็บเซอร์วิสใช้ .NET ซี่งเป็นแพล็ทฟอร์มสำหรับพัฒนาเว็บเซอร์วิส และมีนักพัฒนาถึงร้อยละ 64.3 ใช้อุปกรณ์สำหรับพัฒนาของไมโครซอฟท์สำหรับการพัฒนาเริ่มต้น ดังนั้นหน้าจอ คอมพิวเตอร์ จึงเป็นภาษา XML (Extensible Markup Language) หรือ 90 % ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยใช้ภาษา XML ของไมโครซอฟท์

รวมทั้ง ไมโครซอฟท์ ได้พยายามชี้ให้เห็นว่า เว็บเซอร์วิสเป็นอิสระจากแพล็ตฟอร์ม และจะกลายเป็นสถาปัตยกรรม ทั่วไป สำหรับการผสมผสานระบบและแอพพลิเคชั่นที่มีพื้นฐานอยู่ที่มาตรฐานอุตสาหกรรมเปิด ดังนั้นบริษัท และหน่วยงานรัฐบาล จะสามารถเข้าถึงซอฟต์แวร์ที่อยู่ห่างไกลได้

นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต จะช่วยผลักดันให้เว็บเซอร์วิสเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน จากตัวเลขการใช้บริการ อินเทอร์เน็ต เปรียบเทียบกับสื่ออื่นๆ เช่น หนังสือพิมพ์, นิตยสาร และสิ่งพิมพ์อื่นๆ พบว่าอินเทอร์เน็ตได้รับ ความนิยมมากที่สุด เช่น ใช้บริการค้นหาข้อมูล 90% บริการอีเมล์ 80% และข่าว 74% ใช้สำหรับบันเทิง 65% ด้านการศึกษา 65% บริการด้านงาน 65% บริการท่องเที่ยว 63%

ส่วนผู้หญิงมากกว่าชาย คือ หญิง 55.1% ชาย 44.3 % จบปริญญาตรี 58.5% และปริญญาโท 11.2% สถานภาพโสด 76.7% แต่งงานมีเด็ก 16.9% และผู้ที่เข้ามาใช้อายุระหว่าง 20-29 ปี จำนวน 47.8% อายุ 30 ปีขึ้นไป 30.5% และอายุน้อยกว่า 20 ปี 21.7%

เนคเทคดันโอเพ่นซอร์ส

อาณัติ กล่าวว่า สำหรับแพลทฟอร์มที่ให้บริการเว็บเซอร์วิสในปัจจุบันยังมีอีกหลายค่ายที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน เช่น โอเพ่นซอร์ส ที่มีโปรแกรมจาวา หรือพีเอสพี ซึ่งขณะนี้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เป็นผู้พยายามผลักดันโอเพ่นซอร์สมาใช้ให้บริการเว็บเซอร์วิส เพราะเป็นโปรแกรมที่ฟรี เช่น แอพพลิเคชั่น, ดาต้าเบส เป็นต้น ผลดีคือนักพัฒนาลงทุนต่ำ ในขณะที่โปรแกรมที่ให้บริการทางด้านการค้าจะใช้ต้นทุนสูง เนื่องจากทุกอย่างจะต้องซื้อ และต้องพัฒนาไปตามที่โปรแกรมกำหนดเท่านั้น ในส่วนของซัน สนับสนุนแพลทฟอร์ม ที่เรียกว่า J2EE และไอบีเอ็ม เรียกว่า WebSphere

 

 

 

EMR Soft Co., Ltd. Copyright © 2007